เสื่อมสมรรถภาพ ปัญหาสุขภาพเพศชาย

เสื่อมสมรรถภาพ โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
ปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือโรคอีดี (ED/Erectile dysfunction) หมายถึง การอวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ บางคนอาจจะไม่แข็งตัว บางคนแข็งตัวไม่นานพอ บางคนอาจจะหลั่งเร็ว หลั่งไว สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่เพียงพอ บางคนเรียกปัญหานี้ว่า “กามตายด้าน”
โรคกามตายด้านมี 3 แบบ คือ
1.) แบบฐมภูมิ คือ การที่องคชาตไม่เคยแข็งตัวเต็มที่ หรือไม่แข็งพอที่จะทำให้ร่วมเพศสำเร็จเลยสักครั้ง
2.) แบบทุติยภูมิ คือ การที่องคชาตเคยแข็งตัวและร่วมเพศได้มาก่อน แต่ต่อมาเกิดความผิดปกติขึ้น ทำให้ไม่แข็งตัวเหมือนเดิม
3.) แบบชั่วคราว คือ การที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวเป็นครั้งคราวผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ในกรณีนี้ หากพบปัญหาแและรีบรักษาแต่เนิ่นๆ จะหายเป็นปกติได้
ผู้ชายส่วนใหญ่เมื่อ ถึงวัยกลางคนจะเริ่มมีปัญหากามตายด้านเกิดขึ้น ร้อยละ 37 ผู้ชายอายุ 40-70 ปีเป็นโรคนี้ โดยมีอาการดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งหมด ยิ่งชราจะยิ่งพบผู้ป่วยมากขึ้นไปตามวัย เพราะฮอร์โมนเพศลดลงและความเสื่อมของร่างกาย
การจัดระดับความรุนแรง คือ
– ระดับความรุนแรงน้อย คือ สังเกตได้จากหากมีเพศสัมพันธ์สามารถสำเร็จได้เกือบทุกครั้ง
– ระดับความรุนแรงปานกลาง คือ ถ้าหากมีเพศสัมพันธ์จะสำเร็จได้ประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนครั้งการร่วมเพศ
– ระดับความมรุนแรงมาก คือ ล้มเหลวทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เสื่อมสมรรถภาพ.

เสื่อมสมรรถภาพ
เสื่อมสมรรถภาพ สาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
ส่วนใหญ่มักจะมีหลายสาเหตุร่วมกัน ปัจจัยที่เป็นหลายสาเหตุ ได้แก่
1.) ระดับฮอร์โมนเพศชายที่ลดลง เมื่ออายุมากขึ้นก็จะมีโอกาสเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเพิ่มขึ้น พบว่าผู้ชายอายุ 60-70 ปี จะมีโอกาสที่จะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมากถึงร้อยละ 73
2.) ผู้ชายที่มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง พบว่าเป็นสาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ถึงร้อยละ 70 ของผู้ป่วยกามตายด้าน เช่น
– ความผิดปกติของระบบประสาท เช่น โรคของสมอง เนื้องอกสมอง โรคลมชัก อัมพาต พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคของไขสันหลัง
– โรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้มีการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศน้อยลง
– ความดันโลหิตสูง ทำให้มีการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศน้อยลง
– โรคเบาหวานที่เป็นมานานกว่า 10 ปี ทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนทางเส้นประสาทและหลอดเลือดแข็ง หากเป็นที่อวัยวะเพศก็จะทำให้เกิดกามตายด้านได้
– ต่อมลูกหมากโต
– มะเร็งต่อมลูกหมาก
– โรคพิษสุราเรื้อรัง
3.) การผ่าตัดหรืออุบัติเหตุที่มีผลต่อเส้นประสาทที่ไปควบคุมการแข็งตัวของ องคชาต เช่น การผ่าตัดในเชิงกราน การผ่าตัดต่อมลูกหมาก การผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดความเสียหายของเส้นประสาททำให้เกิดกามตายด้าน
4.) ยาที่กินเข้าไป เนื่องจากยามีหลายชนิดที่อาจจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลง หรือเกิดกามตายด้าน เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาแก้ซึมเศร้า ยาขับปัสสาวะ ซึ่งไปขับธาตุสังกะสีออกจากร่างกาย
5.) การได้รับรังสี การฉายแสง
6.) พฤติกรรมในการดำรงชีวิต ได้แก่
– การสูบบุหรี่จะมีการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศสูงกว่าคนไม่สูบ
– การดื่มสุราติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ง่าย
– ผู้ที่ออกกกำลังกายเป็นประจำจะมีปัญหาน้อยกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย
– ผู้ชายที่ขี่จักรยานทางไกล หรือขี่มอเตอร์ไซต์เป็นเวลานานมักจะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
7.) เกิดจากสภาพจิตใจ พบว่าปริมาณร้อยละ 10-20 ของผู้ป่วยกามตายด้าน มีสาเกตุมาจากความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัวความล้มเหลวทางเพศสัมพันธ์ ความรู้สึกผิดในใจ หรือถูกตำหนิจากคู่ครอง ทำให้หมดความมั่นใจ หรืออาจเกิดความเครียดจากการทำงาน หรือถูกสอนมาผิดๆ ตั้งแต่วัยเด็ก
การรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
1.) พบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจริง และมีโรคอื่นแฝงอยู่หรือไม่ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และลดปัจจัยเสี่ยงให้น้อยที่สุด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น ทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ลดอาหารรสเค็ม งดสุรา งดบุหรี่
2.) ตรวจสอบดูว่าปัญหาเกิดจากจิตใจหรือไม่ โดยลองสังเกตุอวัยวะเพศว่ามีการแข็งตัวระหว่างนอนหลับ หรือแข็งตัวในตอนเช้าหรือไม่ หากมีการแข็งตัวแสดงว่าอวัยวะเพศไม่ได้มีปัญหา แต่มีปัญหาจากจิตใจ ควรปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อให้การบำบัดทางด้านจิตใจ
3.) หากไม่ได้เกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศ แต่ต้องการใช้ยาในการรักษา ควรปรึกาาแพทย์ เนื่องจากมีทั้งยาทาน ยาฉีด หรือยาสอด เช่น
– ยากิน Sildenafil citrate หรือชื่อในทางการค้าว่า “ไวอากร้า (Viagra)” เป็นยาที่รักษาอาการกามตายด้าน โดยต้องทานก่อนมีเพศสสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง (บางรายอาจต้องรอนาน 2 ชั่วโมง) ยาจะออกฤทธิ์นาน 60 นาที ยานี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อผู้ใช้มีความต้องการทางเพศ ถ้าหากไม่มีอารมร์ก็จะใช้ไม่ได้ผล ยานี้จะเพิ่มเลือดให้ไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น ไม่ควรใช้มากกว่า 1 ครั้งต่อวัน สำหรับผู้ที่มีโรคตับ ไตวาย หรือมีอายุมากกว่า 65 ปี อาจเริ่มวันละ 25 มิลลิกรัมต่อวัน หากได้ผลไม่ดีและไม่มีโรคแทรกซ้อนจึงเพิ่มเป็น 50 และอาจถึง 100 มิลลิกรัมต่อวัน ห้ามใช้ยากับผู้ที่เป็นโรคหัวใจที่ได้รับยาไนเตรต
– ยากินในกลุ่มต้านอัลฟา ได้แก่ โยฮิมบิน (yohimbine) ชื่อการ้คา คือ Procomil เป็นยากระตุ้นความต้องการทางเพศ และขยายหลอดเลือด ทำให้องคชาตแข็งตัวได้ง่ายขึ้น ขนาดของยาที่ใช้ 18-30 มิลลิกรัม ทาติดต่อกันได้ 1-3 เดือน แต่ต้องระวังผลข้างเคียง เช่น ความดันโลหิตสูง ใจสั่น และปัสสาวะบ่อย
– ยาอมอะโปมอร์ฟีน (Apomorphine) ชื่อการค้า เช่น Uprima ส่วนใหญ่ใช้ 2-6 มิลลิกรัม ออกฤทธิ์ภายใน 10-25 นาที ทำให้รูแบบยาเม็ดใช้อมใต้ลิ้นก่อนมีเพศสสัมพันธ์ ขนาดยาที่สูงได้ผลดีกว่าขนาดยาต่ำ ผลข้างเคียงของยา อาจมีคลื่นไส้อาเจียน
– ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน เหมาะสำหรับผู้ที่มีระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนในเลือดต่ำ เช่น ชายวัยทองและชายวัยสูงอายุ
– ยาฉีดเข้าที่โคนอวัยวะเพศ ผู้ใช้ต้องปรับขนาดใช้ให้เหมาะสม คือ ใช้แล้วทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ประมาณ 30-60 นาที (ไม่ควรนานกว่านี้) หลังจากฉีดยาแล้ว ผู้ใช้ต้องยืนอยู่ประมาณ 10 นาที เพื่อช่วยให้เลือดมาคั่งในอวัยวะเพศเร็วขึ้น ข้อดีของการฉีด คือ อวัยวะเพศแข็งตัวได้ทันใจภายใน 5-10 นาที ในแต่ละครั้งที่ฉีดต้องสลับข้างเพื่อป้องกันเนื้อตาย ระวังยาบางตัว เช่น พาพาเวอรีน (Papaverine) อาจมีผลข้างเคียง คือ อาการโด่งไม่รู้ล้ม และต้องระวังใครที่มีอวัยวะเพศคดงอ เพราะเมื่อแข็งตัวจะทำให้ปวดมาก
– ยาสอดท่อปัสสาวะ เช่น ยาพรอสตาแกลนดิน ลักษณะคล้ายขี้ผึ้งในหลอดบรรจุขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร ผู้ใช้ต้องสอดเข้าไปในท่อปัสสาวะ หลังสอดต้องใช้มือช่วยคลึง เพื่อให้ยากระจายได้เร็วขึ้น ผลข้างเคียง คือ ฝ่ายชายอาจมีอาการแสบ ร้อน วูบวาบ ในทางเดินท่อปัสสาวะ ส่วนฝ่ายหญิง อาจเกิดอาการคันหรือแสบภายใช่องคลอด
– ยาที่ทำจากสมุนไพร ซึ่งมีโฆษณาทั่วไปทางอินเตอร์เน็ต ตามแผงลอย ตามงานวัด ซึ่งผู้ซื้อควรพิจารณาให้ดี เพราะหลายๆ ยี่ห้อไม่มีเลข อย. ยาทาที่ทำจากสมุนไพรเสริมสร้างสมรรถภาพของอวัยวะเพศชาย ส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์กระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด เพิ่มระดับฮอร์โมน กระตุ้นประสาทรับความรู้สึก ได้แก่
– สารสกัดจากกวาวเครือแดงผสมสมุนไพรจีน
– สารสกัดกระชายดำ
– สารสกัดหญ้าเขาแพะ
– สารสกัดจากโสม
– สารสกัดจากใบบัวบก
– แอล- อาร์จีนิน
4.) ห่วงรัดอวัยวะเพศชาย ทำจากน้ำยางธรรมชาติ ยืดหดได้ มีหลายขนาด ใช้สวมอวัยวะเพศที่เริ่มแข็งตัวดี ช่วยป้องกันไม่ให้มีการไหลย้อนกลับของเลือดจากองคชาต ทำให้องคชาตแข็งตัวได้นานขึ้น ไม่ควรสวมนานเกินกว่า 30 นาที เพราะเลือดจะคั่งอยู่นานเกินไป
5.) กระบอกสูญญากาศ ใช้สวมองคชาต แล้วต้องปั๊มให้เกิดสภาพสูญญากาศภายในกระบอก เลือดจากส่วนต่างๆ ของร่างกายจะไหลมาคั่งที่อวัยวะเพศทำให้แข็งตัวได้ เมื่อแข็งจนพอใจแล้วก็ใช้ยางรัดที่โคนอวัยวะ เพื่อกักเลือดใว้ในองคชาตให้แข็งตัวอยู่ได้ เมื่อแข็งจนเป็นที่พอใจแล้วก็ใช้ยางรัดที่โคนอวัยวะ เพื่อกักเลือดใว้ในองคชาตให้แข็งตัวอยู่ได้ มีข้อห้ามใช้ในคนที่เลือดออกง่าย ผู้ที่ทานยาแอสไพรินหรือยาที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว เพราะอาจจะทำให้เลือดคั่งที่องคชาตมากเกินไป
6.) รักษาด้วยการผ่าตัด มีหลายวิธี เช่น การผ่าตัดใส่ท่อ prostheses เข้าไปในอวัยวะเพศ หรือการผ่าตัดแก้เส้นเลือดแดงอุดตัน แล้วแต่ว่าปัญหาของผู้ป่วยเกิดจาปัญหาใด การผ่าตัดฝังแกนไม่ค่อยมีคนนิยม แต่คุ้มค่าเมื่อคิดในระยะยาว การผ่าตัดฝังแกนหนึ่งครั้งจะใช้งานเกือบ 10 ปี เสื่อมสมรรถภาพ.